เครื่องมือแพทย์เสริมความงาม จับลักลอบเปิดคลินิคเสริมความงาม
เจ้าหน้าที่สธ.พร้อมกำลังตำรวจ เข้าจับคลินิคลักลอบเปิดเสริมความงาม ย่านท่าข้าม ยึดยาอันตรายได้หลายรายการ
วันนี้ ( 11 ต.ค.) เครื่องมือแพทย์เสริมความงาม นายพิสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข พ.ต.อ. วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.ดส.บช.น. ร.ต.อ.กิตติเมธ โชติปิติเจริญรัฐ รองสว.สส.เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ท่าข้ามเข้าจับกุมสถานเสริมความงาม โดยใช้เครื่องมือแพทย์เสริมความงามไม่ได้ รับอนุญาตไม่มีชื่อ เลขที่ 33/15 หมู่พิศาล โครงการ 14 แขวงและเขตบางขุนเทียน
ที่เกิดเหตุเป็นทาวเฮ้าน์ สูง2ชั้น ภายในพบดัดแปลงเป็นคลีนิคเสริมความงามแบบครบวงจรอาทิ ฉีดคอลลาเจน ฉีดโบท็อก ร้อยไหม ฉีดวิตามินซี จากการตรวจสอบพบว่าภายในห้องด้านหลังของตัวบ้าน มีการลักลอบดัดแปลงเป็นคลีนิคเสริมความงาม ส่วนบริเวณชั้น2ดัดแปลงเป็นห้องยิงเลเซอร์สำหรับรักษาสิวฝ้า จากการตรวจค้นพบของกลางอาทิ เตียงสำหรับเสริมความงาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์เสริมความงาม วิตามินซีและคอลลาเจนชนิดเข้มข้น
นอกจากนี้ยังพบเดอร์มาร์โรเลอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือแพทย์เสริมความงาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดใหม่สำหรับใช้ในการผลัดเซลล์ผิวหนังที่ใบ หน้า ที่ยังไม่ได้การรับรองและใช้ทางการแพทย์เนื่องจากอาจทำให้เกิดการติดเชื้อใน การรักษา รวมถึงยาสำหรับใช้ในการลดความอ้วนที่ไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและ ยา
โดยจับกุม นาง จิรฐา สารบรรณ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/1 ม.2 ต.บ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน และผู้ให้บริการเสริมความงาม เปิดเผยว่า เปิดสถานเสริมความงามดังกล่าวมากว่า 1ปี โดยลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะทราบกันปากต่อปากแต่ไม่เคยมีคนดังมาใช้บริการ ที่รับทำเพราะเคยเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งมากว่า 5 ปี เลยทำการรักษาเป็นสำหรับเครื่องมือแพทย์เสริมความงาม อุปกรณ์การเสริมความงาม รับซื้อจากตามคลีนิคที่เลิกกิจการ ส่วนพวกคอลลาเจลและสารเสริมความงามต่างๆ สั่งซื้อมาทางอินเตอร์เน็ตที่ประกาศขายโดยทั่วไป โดยการรักษาแต่ละครั้งก็จะตกอยู่ที่ราคาครั้งละ 1500 - 2000 บาท
ด้านพ.ต.อ.วิวัฒน์ เปิดเผยว่าได้รับการประสานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลให้ช่วยเข้าร่วมตรวจสอบ สถานบริการดังกล่าวหลังจากมีผู้ร้องเรียนเข้า มาวันนี้ทางเจ้าหน้าที่กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนจึงได้ประสานหน่วย งานที่เกี่ยวข้องเข้าทำการล่อซื้อ สำหรับของกลางที่พบส่วนใหญ่พบว่าไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา สำหรับเครื่องมือแพทย์เสริมความงามก็พบว่าไม่ได้มาตรฐานรวมถึงผู้ให้การรักษาก็ไม่ ได้มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฏหมาย โดยเบื้องต้นทาง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนเพื่อขยายผลหาเว็บไซด์ที่มีการขาย ตัวยาดังกล่าวรวมถึงสถานเสริมความงามที่ลักลอบขายเครื่องมือแพทย์เสริมความงามต่อไป
No comments:
Post a Comment